ประวัติความเป็นมา

               สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ (สปท.) จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.ฎ.แบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ ของส่วนราชการ บก.ทหารสูงสุด กห. พ.ศ.๒๕๓๓ (ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ เล่ม ๑๐๗ ตอนที่ ๑๖๕ หน้า ๔ - ๑๓ ลง ๕ กันยายน ๒๕๓๓) ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๓๓ (ถือเป็นวันสถาปนา) มาตรา ๔ (๑๘) มีหน้าที่พิจารณา เสนอความเห็น วางแผน อำนวยการ ประสานงาน กำกับดูแล และดำเนินการเกี่ยวกับการประศาสน์วิทยาการทางด้านความมั่นคงแห่งชาติ การป้องกันราชอาณาจักร การยุทธผสม การยุทธร่วมและการอำนวยการในระดับสูง การศึกษาอบรมเกี่ยวกับการสงคราม การเมืองและการปฏิบัติการจิตวิทยา รวมทั้งการวิจัยทางยุทธศาสตร์ และมาตรา ๔ (๑๙) กรมการศึกษา มีหน้าที่ พิจารณา เสนอความเห็น อำนวยการ ประสานงาน กำกับดูแล และดำเนินการ เกี่ยวกับการฝึกศึกษาทางทหาร การเผยแพร่วิทยาการเกี่ยวกับการทหาร การศึกษาและรวบรวมประวัติศาสตร์และโบราณคดีเกี่ยวกับการทหาร จัดและดำเนินการพิพิธภัณฑ์ทหารและห้องสมุดของกองบัญชาการทหารสูงสุด รวมทั้งดำเนินงานเกี่ยวกับกิจการของสภาการศึกษาวิชาการทหาร พ.ร.ฎ.แบ่งส่วนราชการ และกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการ บก.ทหารสูงสุด กห. (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕ (ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๙ ตอนที่ ๑๒๕ หน้า ๓๕ - ๓๘ ลง ๒๙ ธันวาคม ๒๕๓๕) มาตรา ๔ (๑๘) สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ มีหน้าที่พิจารณา เสนอความเห็น วางแผน อำนวยการ ประสานงาน กำกับดูแล และดำเนินการเกี่ยวกับการศึกษาในระดับสูง การประศาสน์วิทยาการทางด้านความมั่นคงแห่งชาติ การป้องกันราชอาณาจักร การยุทธผสม การยุทธร่วมและการอำนวยการในระดับสูง การศึกษาอบรมเกี่ยวกับสงครามการเมืองและการปฏิบัติการจิตวิทยา รวมทั้งการวิจัยทางยุทธศาสตร์ และมาตรา ๔ (๑๙) กรมยุทธศึกษาทหาร มีหน้าที่ พิจารณา เสนอความเห็น วางแผน อำนวยการ ประสานงาน กำกับดูแล และดำเนินการเกี่ยวกับการศึกษาทางทหาร การเผยแพร่วิทยาการเกี่ยวกับการทหาร การศึกษาและรวบรวมประวัติศาสตร์และโบราณคดีเกี่ยวกับการทหาร จัดและดำเนินการ พิพิธภัณฑ์ทหาร และห้องสมุดของกองบัญชาการทหารสูงสุด รวมทั้งดำเนินงานเกี่ยวกับกิจการสภาการศึกษาวิชาการทหาร คำสั่ง บก.ทหารสูงสุด (เฉพาะ) ที่ ๕๓๔/๒๕๓๕ ลง ๒๙ ธันวาคม ๒๕๓๕ เรื่อง อัตรา บก.ทหารสูงสุด (ให้ใช้อัตราเฉพาะกิจหมายเลข ๔๑๐๐ ตั้งแต่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๓๔) พ.ร.ฎ.แบ่งส่วนราชการ และกำหนดหน้าที่ ของส่วนราชการ บก.ทหารสูงสุด กห. พ.ศ.๒๕๓๙ (ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๓ ตอนที่ ๗๒ ก หน้า ๑ - ๕ ลง ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๓๙) มาตรา ๔ (๑๘) สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ มีหน้าที่พิจารณา เสนอความเห็น วางแผน อำนวยการ ประสานงาน กำกับดูแล และดำเนินการเกี่ยวกับ การศึกษาในระดับสูง การประศาสน์วิทยาการทางด้านความมั่นคงแห่งชาติ และการวิจัยทางยุทธศาสตร์ และมาตรา ๔ (๑๙) กรมยุทธศึกษาทหาร มีหน้าที่ พิจารณา เสนอความเห็น วางแผน อำนวยการ ประสานงาน กำกับดูแล และดำเนินการเกี่ยวกับการฝึกศึกษา และวิทยาการทางทหาร ของกองบัญชาการทหารสูงสุด รวมทั้งดำเนินงานเกี่ยวกับกิจการของสภาการศึกษาวิชาการทหาร พ.ร.ฎ.แบ่งส่วนราชการ และกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการ บก.ทหารสูงสุด กห. พ.ศ.๒๕๕๒ (ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖ ตอนที่ ๑๙ ก หน้า ๑๐ - ๑๕ ลง ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๒) ให้ไว้ ณ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๒ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ ๑ เมษายน ๒๕๕๒ (บก.ทท. แบ่งส่วนราชการออกเป็น ๑ -๑๗ หน่วย ๑๗) สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ (ภารกิจตามย่อหน้าแรก) ไม่มี “กรมยุทธศึกษาทหาร”)


อำนาจหน้าที่

              สปท. จัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกําหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๒ ซึ่ง สปท. มีหน้าที่พิจารณาเสนอความเห็นเกี่ยวกับนโยบาย วางแผน อํานวยการ ประสานงาน กํากับดูแล และดําเนินการเกี่ยวกับการศึกษา การประศาสน์วิทยาการด้านความมั่นคงแห่งชาติ การวิจัยทางยุทธศาสตร์ การเผยแพร่วิทยาการทางทหาร การประวัติศาสตร์ โบราณคดี และพิพิธภัณฑ์ทหาร การดําเนินงานอนุสรณ์สถานแห่งชาติ และสภาการศึกษาวิชาการทหาร ของกองทัพไทย มี ผบ.สปท. เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ


ภารกิจ

              มีหน้าที่เสนอความเห็นเกี่ยวกับนโยบาย วางแผน อำนวยการ ประสานงาน กำกับดูแล และดำเนินการเกี่ยวกับการศึกษา การประศาสน์วิทยาการ ด้านความมั่นคงแห่งชาติ การวิจัย ทางยุทธศาสตร์ การเผยแพร่วิทยาการทางทหาร การประวัติศาสตร์ โบราณคดีและพิพิธภัณฑ์ทหาร การดำเนินงาน อนุสรณ์สถานแห่งชาติ และสภาการศึกษาวิชาการทหารของกองทัพไทย มีผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ