ประวัติหน่วย


ความเป็นมาและความสำคัญของการประกันคุณภาพการศึกษาของกระทรวงกลาโหม

          กระทรวงกลาโหม ตระหนักถึงความสำคัญของการประกันคุณภาพการศึกษาตาม พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๕ จึงมีคำสั่งกระทรวงกลาโหม (เฉพาะ) ที่ ๒๒๐/๔๕ แสดงเจตนารมณ์และกำหนดนโยบายด้านการจัดการศึกษาขึ้น โดยมุ่งเน้นให้สถาบันการศึกษาของกระทรวงกลาโหม เร่งรัดดำเนินงานตามนโยบายการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา รวมทั้งพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนแต่งตั้งคณะกรรมการประกันคุณภาพการศึกษาและดำเนินงานให้เป็นไปตามนโยบาย
          นอกจากนี้ ยังกำหนดให้มีการดำเนินการประกันคุณภาพภายในของสถาบันการศึกษาของกระทรวงกลาโหม ทุกขั้นตอน เน้นการประสานงาน การมีส่วนร่วมของกำลังพลทุกฝ่าย และให้มีการเตรียมความพร้อม เพื่อการประกันคุณภาพภายนอก ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๕ ดังกล่าว
          ปี พ.ศ.๒๕๔๓ กองบัญชาการทหารสูงสุด ได้ออกระเบียบกองบัญชาการทหารสูงสุด ว่าด้วยคณะกรรมการศึกษา กองบัญชาการทหารสูงสุด พ.ศ.๒๕๔๓ มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแล เสนอแนะการดำเนินงานการปรับปรุงและพัฒนาการศึกษา คุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของ สถาบันการศึกษาของกระทรวงกลาโหม ให้ดำเนินไปด้วยความเหมาะสม มีประสิทธิภาพ
          ปี พ.ศ.๒๕๔๔ มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษา กองบัญชาการทหารสูงสุด (เฉพาะ) ที่ ๐๑/๔๔ แต่งตั้งคณะทำงานพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา สำหรับสถาบันการศึกษาของกองทัพระดับปริญญาตรีขึ้นไป และคำสั่งคณะกรรมการศึกษากองบัญชาการทหารสูงสุด (เฉพาะ) ที่ ๐๒/๔๔ แต่งตั้งคณะทำงานพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา สำหรับสถาบันการศึกษาของกองทัพระดับต่ำกว่าปริญญาตรี มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินงานตามนโยบายและกรอบการดำเนินงานที่กำหนดขึ้นโดยคณะกรรมการศึกษากองบัญชาการทหารสูงสุด
          ในปีเดียวกันนี้ คำสั่งกระทรวงกลาโหม (เฉพาะ) ที่ ๓๖/๔๔ กำหนดนโยบายการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาสถาบันการศึกษาของกระทรวงกลาโหม เพื่อให้ผู้สำเร็จการศึกษามีคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาตามที่กระทรวงกลาโหมต้องการ และสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒
          ปี พ.ศ.๒๕๔๕ มีคำสั่งกระทรวงกลาโหม (เฉพาะ) ที่ ๒๒๐/๔๕ กำหนดนโยบายด้านการศึกษาของกระทรวงกลาโหม เพื่อจัดระบบการศึกษาให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๕
          ปี พ.ศ.๒๕๔๖ มีคำสั่งกระทรวงกลาโหม (เฉพาะ) ที่ ๓๔๖/๒๕๔๖ ให้เจ้ากรมยุทธศึกษาทหาร เป็นเลขาธิการสภาการศึกษาวิชาการทหาร และให้กรมยุทธศึกษาทหารทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาวิชาการทหาร มีหน้าที่ควบคุมกำกับดูแลการปฏิบัติตามนโยบายการศึกษากระทรวงกลาโหม วิเคราะห์วิจัย และรับผิดชอบงานการประกันคุณภาพการศึกษา การศึกษาเฉพาะทาง การเทียบโอนหน่วยการศึกษา การอนุมัติหรือเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพครู/อาจารย์ของกองทัพ รวมทั้งการติดตามประเมินผลผู้สำเร็จการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ
          ปี พ.ศ.๒๕๔๗ มีคำสั่งกระทรวงกลาโหม (เฉพาะ) ที่ ๗๒/๒๕๔๗ แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินคุณภาพการศึกษาภายในสถาบันการศึกษาของกองทัพ
          ปี พ.ศ.๒๕๕๑ มีคำสั่งกองทัพไทย (เฉพาะ) ที่ ๕๕/๒๕๕๑ กำหนดนโยบายการศึกษาของกองทัพไทย เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๕ พระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม นโยบายด้านการศึกษาของกระทรวงกลาโหม นโยบายการปรับปรุงและพัฒนาระบบการฝึกศึกษากองทัพไทย มาตรา ๑๑ และ แผนแม่บทการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงกลาโหม พ.ศ.๒๕๕๐
          ปี พ.ศ.๒๕๕๒ ยกเลิกคำสั่งกระทรวงกลาโหม (เฉพาะ) ที่ ๓๔๖/๒๕๔๖ และมีคำสั่งกระทรวงกลาโหม (เฉพาะ) ที่ ๖๙๓/๒๕๕๒ ให้ผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศเป็นเลขาธิการสภาการศึกษาวิชาการทหาร และให้สถาบันวิชาการป้องกันประเทศทำหน้าที่เป็น “สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาวิชาการทหาร” และในปีเดียวกันนี้ ยกเลิกระเบียบกองบัญชาการทหารสูงสุด ว่าด้วยคณะกรรมการศึกษากองบัญชาการทหารสูงสุด พ.ศ.๒๕๔๓ และออกระเบียบกองทัพไทย ว่าด้วยคณะกรรมการศึกษากองทัพไทย พ.ศ.๒๕๕๒ มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแล เสนอแนะการดำเนินงาน การปรับปรุงและพัฒนาการศึกษา คุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถาบันการศึกษาของกองทัพ ให้ดำเนินไปด้วยความเหมาะสม มีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษากองทัพไทย (เฉพาะ) ที่ ๑/๕๒ แต่งตั้งคณะทำงานพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาสำหรับสถาบันการศึกษาของกองทัพระดับปริญญาตรีขึ้นไป และคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษากองทัพไทย (เฉพาะ) ที่ ๒/๕๒ แต่งตั้งคณะทำงานพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาสำหรับสถาบันการศึกษาของกองทัพระดับต่ำกว่าปริญญาตรี มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินงานตามนโยบายและกรอบการดำเนินงานที่กำหนดขึ้นโดยคณะกรรมการศึกษากองทัพไทย
          ปี พ.ศ.๒๕๕๓ ยกเลิกคำสั่งกระทรวงกลาโหม (เฉพาะ) ที่ ๗๒/๒๕๔๗ และมี คำสั่งกระทรวงกลาโหม (เฉพาะ) ที่ ๒๑/๒๕๕๓ แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินคุณภาพการศึกษาภายในสถาบันการศึกษาของกองทัพ ประกอบด้วย
          ๑. ผบ.สปท./เลขาธิการสภาการศึกษาวิชาการทหาร            ประธานกรรมการ
          ๒. รอง ผบ.สปท.           รองประธานกรรมการ (๑)
          ๓. ผช.ผบ.สปท.           รองประธานกรรมการ (๒)
          ๔. ผู้แทน สป.           กรรมการ
          ๕. ผู้แทน กพ.ทหาร           กรรมการ
          ๖. ผู้แทน ทบ. จำนวน ๒ นาย           กรรมการ
          ๗. ผู้แทน ทร. จำนวน ๒ นาย           กรรมการ
          ๘. ผู้แทน ทอ. จำนวน ๒ นาย           กรรมการ
          ๙. ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก กห. จำนวนไม่เกิน ๓ คน           กรรมการ
          ๑๐. ผอ.กมศ.บก.สปท.           เลขานุการ
          ๑๑. รอง ผอ.กมศ.บก.สปท.           ผู้ช่วยเลขานุการ
          ๑๒. หน.แผนกตรวจสอบและประเมินคุณภาพ กมศ.บก.สปท.           ผู้ช่วยเลขานุการ;
          ๑๓. ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก กห. ให้เป็นไปตามที่ประธานกรรมการเป็นผู้แต่งตั้ง และมีวาระการปฏิบัติหน้าที่อยู่ในตำแหน่งคราวละไม่เกินสองปีนับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง ผู้ที่พ้นจากตำแหน่งแล้วอาจได้รับการแต่งตั้งใหม่ได้อีกไม่เกินหนึ่งวาระติดต่อกัน
           คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
          ๑. พิจารณากำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ แผนงาน และกำกับดูแลการตรวจสอบและประเมินคุณภาพการศึกษาภายในสถาบันการศึกษาของกองทัพ
          ๒. ให้ข้อเสนอแนะในการพิจารณาปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการศึกษาต่อสถาบันการศึกษา
          ๓. รายงานผลการตรวจสอบและประเมินคุณภาพการศึกษาให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม/นายกสภาการศึกษาวิชาการทหาร ทุกสิ้นปีงบประมาณ
          ๔. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อช่วยเหลือหรือดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบและประเมินคุณภาพการศึกษาได้ตามความเหมาะสม
          ๕. ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งภายในและภายนอกกระทรวงกลาโหมได้โดยตรง
          ๖. ให้ส่วนราชการในสังกัดกระทรวงกลาโหม สนับสนุนการดำเนินการของคณะกรรมการฯ ตามที่ได้รับการร้องขอ

๒. วัตถุประสงค์ของการประกันคุณภาพการศึกษาของกองทัพ

          ๒.๑ เพื่อให้สถาบันการศึกษาของกระทรวงกลาโหม ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นในการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา
          ๒.๒ เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นเตือนให้สถาบันการศึกษาของกระทรวงกลาโหม พัฒนาคุณภาพการศึกษาและประสิทธิภาพการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง
          ๒.๓ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ช่วยสะท้อนให้เห็นจุดเด่นและจุดที่ควรพัฒนาของการจัดการศึกษา ซึ่งเป็นแนวทางในการปรับปรุงพัฒนาการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพมากขึ้นต่อไป
          ๒.๔ เพื่อติดตามความก้าวหน้าในการปรับปรุงพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถาบันการศึกษาของกระทรวงกลาโหม
          ๒.๕ เพื่อรายงานผลการประเมินคุณภาพการศึกษาต่อหน่วยงานต้นสังกัด อันจะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาการจัดการศึกษาของกองทัพให้ก้าวเข้าสู่ในระดับสากลต่อไป

๓. ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาของกองทัพ

Cinque Terre

๔. การดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถาบันการศึกษาของกระทรวงกลาโหม

          การดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษา ตามนโยบายการประกันคุณภาพการศึกษาสถาบันการศึกษาของกระทรวงกลาโหม มีแนวทางดังนี้
          ๑. แต่งตั้งคณะกรรมการประกันคุณภาพการศึกษาของสถาบัน (Quality Assurance Committee) ซึ่งมีบทบาทหน้าที่ ดังนี้
              ๑.๑ กำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนในการดำเนินงาน โดยออกเป็นคำสั่ง หรือระเบียบปฏิบัติของสถาบันให้สอดคล้องกับแนวทางในการดำเนินการ ตามที่กระทรวงกลาโหมและกองทัพไทยกำหนดขึ้น
              ๑.๒ กำหนดแผนการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาของสถาบัน
              ๑.๓ กำหนดมาตรการส่งเสริม การควบคุม การตรวจสอบ และประเมินผลคุณภาพการจัดการศึกษา การบริหารและการจัดการ
                    ๑.๓.๑ กำหนดคุณลักษณะทางทหารที่พึงประสงค์ของผู้สำเร็จการศึกษา
                    ๑.๓.๒ จัดการเรียนการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนเป็นสำคัญ
                    ๑.๓.๓ กำหนดหน้าที่และภาระงานของครู อาจารย์ในสถาบัน
                    ๑.๓.๔ กำหนดมาตรฐาน ตัวบ่งชี้ และเกณฑ์การประเมินที่ใช้ควบคุมคุณภาพการศึกษา
                    ๑.๓.๕ พัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศของสถาบันให้มีประสิทธิภาพ เพื่อใช้ในการควบคุม การตรวจสอบและการประเมินผล
                    ๑.๓.๖ พัฒนามาตรฐาน ตัวบ่งชี้ และเกณฑ์การประเมินให้มีความเหมาะสม และสอดคล้องกับบริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป
                    ๑.๓.๗ กำหนดวิธีการส่งเสริมควบคุมตรวจสอบและประเมินคุณภาพการศึกษา การบริหารและการจัดการ
                    ๑.๓.๘ กำหนดและพัฒนาแบบบันทึกข้อมูล/แบบรายงาน เพื่อใช้ในการควบคุม การตรวจสอบและประเมินผลคุณภาพการศึกษา
              ๑.๔ จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาภายหลังการตรวจและประเมินคุณภาพการศึกษา โดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์และครอบคลุมในเรื่องต่อไปนี้
                    ๑.๔.๑ นำผลการประเมินคุณภาพการศึกษาไปวิเคราะห์และดำเนินการ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
                    ๑.๔.๒ กำหนดเป้าหมาย และตัวชี้วัดความสำเร็จของการพัฒนาไว้อย่างชัดเจน และเป็นรูปธรรม
                    ๑.๔.๓ กำหนดวิธีการดำเนินงานที่มีหลักฐานทางทฤษฎี หรือผลการวิจัย หรือข้อมูลเชิงประจักษ์ที่อ้างอิง ให้ครอบคลุมการพัฒนาด้านการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ การส่งเสริมการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล การพัฒนาบุคลากร และการบริหารการจัดการ เพื่อนำไปสูเป้าหมายที่กำหนดไว้
                    ๑.๔.๔ กำหนดแหล่งวิทยาการภายนอกที่ให้การสนับสนุนทางวิชาการ
                    ๑.๔.๕ กำหนดบทบาทหน้าที่ให้บุคลากรของสถาบันการศึกษาทุกคนรวมทั้งผู้เรียน รับผิดชอบและดำเนินงานตามที่กำหนดไว้อยางมีประสิทธิภาพ
                    ๑.๔.๖ กำหนดการจัดงบประมาณ และการใช้ทรัพยากรอยางมีประสิทธิภาพ
              ๑.๕ แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ประกันคุณภาพ (Quality Assurance Officer) ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลในแต่ละภาคการศึกษา ประมวลข้อมูลเพื่อจัดทำรายงาน และเตรียมรับการตรวจสอบและประเมินคุณภาพการศึกษา ตลอดจนการเตรียมการเพื่อรองรับการประเมินคุณภาพภายนอก
          ๒. จัดให้มีหน่วยงานรับผิดชอบ ติดตาม ประสานงาน ส่งเสริม สนับสนุนเพื่อให้การพัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพการศึกษาเป็นไปอยางมีประสิทธิภาพ
          ๓. นำข้อมูลเกี่ยวกับการประกันคุณภาพการศึกษา การตรวจสอบและประเมินคุณภาพการศึกษาภายในและภายนอก ไปใช้ในการพิจารณาปรับปรุงการดำเนินงาน การสนับสนุนด้านงบประมาณและทรัพยากรต่างๆ ของสถาบัน
          ๔. จัดทำคู่มือการประกันคุณภาพการศึกษา เพื่อเป็นแนวทางในการตรวจสอบและประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน รวมทั้งเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถาบัน ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
          ๕. สถาบันการศึกษาจัดทำรายงานผลการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษา เสนอต่อต้นสังกัดตามลำดับชั้น จนถึงผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศทุกสิ้นปีการศึกษา
          ๖. จัดให้มีเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงาน องค์กร ชุมชน สังคม ทั้งภายในและภายนอกกระทรวงกลาโหม เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการประกันคุณภาพการศึกษา
          ๗. จัดทำข้อมูลเผยแพร่ข่าวสารและผลงานการประกันคุณภาพการศึกษาของสถาบันในรูปแบบต่างๆ เช่น แผ่นพับ เอกสาร เว็บไซต์ผ่านทางอินเตอร์เน็ตต่อสาธารณชน เพื่อให้ทราบถึงมาตรฐานการศึกษาของสถาบัน
          ๘. รับฟังข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะจากหน่วยงานและบุคคลทั้งภายในและภายนอกสถาบัน เพื่อนำมาปรับปรุงการประกันคุณภาพการศึกษา การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถาบัน
          ๙. สร้างจิตสำนึกให้บุคลากรเห็นความสำคัญของการพัฒนางานประกันคุณภาพการศึกษา

๕. การจัดการศึกษาสถาบันการศึกษาของกระทรวงกลาโหม

          กระทรวงกลาโหม มีวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษา เพื่อให้การผลิตกำลังพลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความพร้อมให้กับกำลังพล ให้สามารถตอบสนองแนวทางการใช้กำลังของกองทัพในการป้องกันประเทศ การรักษาความมั่นคงภายใน การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ การพัฒนาประเทศ และการปฏิบัติภารกิจอื่นๆ ทางทหารที่ไม่ใช่สงคราม โดยมีแนวคิดในการจัดการศึกษาสถาบันการศึกษาของกระทรวงกลาโหม เพื่อเป็นการเตรียมกำลังพลให้มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ตามตำแหน่งของตน อันจะเป็นผลให้ทุกหน่วยสามารถปฏิบัติภารกิจตามคำสั่งและแผนยุทธการของกองทัพได้อย่างเต็มขีดความสามารถ ส่งผลเป็นส่วนรวมให้กองทัพมีความพร้อมต่อเนื่อง และมีความทันสมัย จึงได้มีการยกระดับความรู้ความสามารถ และเพิ่มพูนทักษะประสบการณ์ของกำลังพล ให้สามารถใช้งานบำรุงและรักษายุทโธปกรณ์ที่กองทัพมีอยู่ในปัจจุบัน หรือจำเป็นต้องมีในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะเป็นยุทโธปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีสูง รวมทั้งปลูกฝังให้กำลังพลมีความรู้ทางวิชาการทหาร มีลักษณะความเป็นผู้นำหน่วยทหาร มีคุณธรรม จริยธรรม ประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในกรอบของศีลธรรมอันดี ตลอดจนมีอุดมการณ์ความรักชาติ ศาสนา และมีความรู้ในสาขาวิชาต่างๆ นอกเหนือจากวิชาการทหาร ให้กำลังพลได้รับการพัฒนาทางความคิดและมีความรู้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงและมีความก้าวหน้าทางวิชาการ เพื่อจะได้นำความรู้ที่ได้รับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อกองทัพ ซึ่งจะเป็นการพัฒนากองทัพให้ไปสู่ความทันสมัยในอนาคต

๖. สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ (สปท.)

          พระราชกฤษฎีกาการจัดส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการ กองบัญชาการกองทัพไทย พ.ศ.๒๕๕๒ ปรับโครงสร้างให้ “สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ” ทำหน้าที่ “สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาวิชาการทหาร” แทนกรมยุทธศึกษาทหาร เป็นหน่วยรับผิดชอบงานของสภาการศึกษาวิชาการทหาร เพื่อทำหน้าที่ควบคุมกำกับดูแลการปฏิบัติตามนโยบายการศึกษากระทรวงกลาโหม วิเคราะห์ วิจัย และรับผิดชอบงานการประกันคุณภาพการศึกษา การศึกษาเฉพาะทาง การเทียบโอนหน่วยการศึกษา การดำเนินงานเกี่ยวกับใบประกอบอาชีพครู/อาจารย์ของกองทัพ รวมทั้งการติดตามประเมินผลผู้สำเร็จการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี “กองคุณภาพและมาตรฐานการฝึกศึกษาทหาร กองบัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ” รับผิดชอบการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาของกองทัพในภาพรวม โดยการเสนอความเห็น วางแผน อำนวยการ ประสานงาน กำกับดูแล และดำเนินการเกี่ยวกับการปรับปรุงพัฒนาระบบหลักเกณฑ์และวิธีการประกันคุณภาพการฝึกศึกษาทหารและการศึกษาอบรม การกำหนดมาตรฐานการฝึกศึกษาทหารและการศึกษาอบรม การตรวจสอบและประเมินคุณภาพการฝึกศึกษาทหารและการศึกษาอบรม ติดตามผลการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพการศึกษา การรายงานผลการประกันคุณภาพภายในและการประเมินคุณภาพภายนอกสถาบันการศึกษาของกระทรวงกลาโหม การพัฒนางานประกันคุณภาพการฝึกศึกษาทหารและการศึกษาอบรมของกองทัพ การเผยแพร่ข้อมูล ความรู้ กิจกรรม และการสร้างเครือข่ายงานประกันคุณภาพการฝึกศึกษาทหารและการศึกษาอบรมของกองทัพและนอกกองทัพ

๗. ความเป็นมาของการปฏิรูประบบประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่

          ๗.๑ ปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๗ สถานการณ์ปฏิรูปประเทศเริ่มดำเนินการตามที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.๒๕๕๗ กำหนดไว้ โดยการปฏิรูปการศึกษา เป็นหนึ่งในการปฏิรูปประเทศ ๑๑ ด้าน โดยมีประเด็นการปฏิรูประบบการบริหารจัดการซึ่งมีกิจกรรมส่วนหนึ่งคือ ปรับวิธีการประเมินและประกันคุณภาพสถานศึกษาร่วมกับ สมศ.
          ๗.๒ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. ซึ่งเป็นหน่วยงานประเมินคุณภาพการศึกษาตามกฎหมาย รับปฏิบัติตามนโยบายจึงได้ประกาศปฏิรูประบบประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ (พ.ศ.๒๕๕๙-๒๕๖๓) เมื่อ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๘ มีสาระสำคัญและเครื่องมือที่ใช้คือ
              ๗.๒.๑ ข้อมูลพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของสถานศึกษาในมิติต่างๆ ตามที่ต้นสังกัดกำหนด
              ๗.๒.๒. ตัวบ่งชี้ประเมินความสำเร็จ ประกอบด้วย
                    ๒.๑) ด้านผลการจัดการศึกษา
                    ๒.๒) ด้านบริหารจัดการศึกษา
                    ๒.๓) ด้านการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
                    ๒.๔) ด้านการประกันคุณภาพภายใน
          ต่อมาเมื่อ ๒๔ ก.ค.๖๐ สมศ. ประกาศพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ ใช้รูปแบบประเมินเชิงคุณภาพแบบองค์รวม ของคณะผู้ประเมินที่มีความเชี่ยวชาญ (Expert Judgment) ประกอบด้วย ผู้ประเมินภายนอกจาก สมศ. ผู้ทรงคุณวุฒิจากต้นสังกัด และผู้บริหารสถานศึกษาที่ไม่มีส่วนได้เสียกับสถานศึกษาที่ลงประเมิน
          ๗.๓ เมื่อ ๑๔ มี.ค.๕๙ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ มีมติเห็นชอบแผนปฏิรูปเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการประกันคุณภาพการศึกษาภายในและการประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอก ประกอบด้วย
              ๗.๓.๑ ชะลอการประกันคุณภาพการศึกษาภายในโดยหน่วยงานต้นสังกัดและการประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอกรอบสี่ ออกไป ๒ ปี
              ๗.๓.๒ ประชุมสัมมนาวิชาการ รวบรวมแนวคิด จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
              ๗.๓.๓ วิจัย/พัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษาภายในและการประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอก
              ๗.๓.๔ จัดทำคู่มือการประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อให้สถานศึกษาปฏิบัติ
              ๗.๓.๕ ระหว่างที่รอการประกันคุณภาพการศึกษาภายในโดยหน่วยงานต้นสังกัด และการประเมินคุณภาพภายนอกจาก สมศ. ให้สถานศึกษาดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษาโดยคณะกรรมการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
              ๗.๓.๖ หน่วยงานรับผิดชอบแผนปฏิรูปเร่งด่วนฯ ได้แก่ คสช. ครม. คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และคณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปมาตรฐานการประกันและประเมินคุณภาพการศึกษา สนช. ศธ. : สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) สกอ. สอศ. สพฐ. สช. สำนักงาน กศน. สมศ. และ หน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
          ๗.๔ เมื่อ ๒๙ ก.ย.๖๐ สมศ. ประกาศกรอบแนวทางการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ (พ.ศ.๒๕๕๙-๒๕๖๓) (คณะกรรมการบริหาร สมศ. มีมติเห็นชอบในการประชุมครั้งที่ ๑๐/๒๕๖๐ เมื่อ ๑๒ ก.ย.๖๐) โดยเกี่ยวข้องกับสถานศึกษาสังกัดกระทรวงกลาโหม ๓ กลุ่ม คือ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับอุดมศึกษา และด้านการอาชีวศึกษา
              ๗.๔.๑ วัตถุประสงค์ :
                    ๑) สร้างมาตรฐานการตรวจประเมิน (Quality Code/ Criteria/ Guideline) และส่งเสริมให้สถานศึกษาสร้างมาตรฐานการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพทุกระดับและทุกกลุ่มประเภท และสร้างผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินคุณภาพภายนอกสาหรับสถานศึกษาทุกระดับและทุกกลุ่มประเภทเพื่อให้เกิดกลไกการขับเคลื่อนจากผู้มีหน้าที่ในการสร้าง “วัฒนธรรมคุณภาพ” ภายในสถานศึกษาและการยกระดับคุณภาพการศึกษาสู่สากล ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติและความคาดหวังของประเทศ
                    ๒) ประเมินคุณภาพภายนอกเพื่อสะท้อนคุณภาพการจัดการศึกษา พร้อมทั้ง รายงานสถานการณ์ด้านคุณภาพการศึกษาเพื่อให้ข้อมูลแก่รัฐบาล ในการพิจารณากาหนดนโยบายการพัฒนา ที่นำไปสู่การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ
              ๗.๔.๒ เป้าหมาย : มีมาตรฐานสำหรับการประเมินคุณภาพภายนอกตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ติดตาม และตรวจสอบคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา โดยคำนึงถึงบริบทของสถานศึกษา มาตรฐานการศึกษาชาติ และมาตรฐานระดับสากล พร้อมทั้งรายงานผลการประเมินคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของชาติต่อรัฐบาลอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อให้เกิดการยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาของประเทศ
          ๗.๕ เมื่อ ๒๐ ก.พ.๖๑ กระทรวงศึกษาธิการประกาศ กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.๒๕๖๑ สรุปได้ว่า สถานศึกษาต้องมีกลไกควบคุมตรวจสอบระบบการบริหารคุณภาพการศึกษา ให้เชื่อมั่นได้ว่าสามารถจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา และบรรลุเป้าประสงค์ของหน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่กำกับดูแลสถานศึกษา สถานศึกษาต้องมีระบบประกันคุณภาพการศึกษาภายใน กำหนดมาตรฐานการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาแต่ละระดับและประเภท จัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษา ดำเนินการตามแผน ประเมินผลตรวจสอบคุณภาพการศึกษาภายใน ติดตามผลการดำเนินการ แล้วส่งรายงานผลการประเมินตนเองให้หน่วยงานต้นสังกัดหน่วยงานที่กำกับดูแลสถานศึกษาทุกปี ให้หน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่กำกับดูแลสถานศึกษามีหน้าที่ให้คำปรึกษาช่วยเหลือและแนะนำ หน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่กำกับดูแลสถานศึกษาส่งรายงานผลการประเมินตนเองพร้อมประเด็นที่ต้องการให้ประเมิน/ติดตามตรวจสอบ ให้แก่ สมศ. เป็นข้อมูลในการประเมินคุณภาพภายนอก เมื่อ สมศ. ดำเนินการแล้วให้ส่งผลการประเมินพร้อมข้อเสนอแนะให้สถานศึกษาใช้เป็นแนวทางปรับปรุงพัฒนาคุณภาพการศึกษา ให้หน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานที่กำกับดูแลสถานศึกษาติดตามผลการปรับปรุงพัฒนาคุณภาพการศึกษา
          ๗.๖ แผนแม่บทการปฏิรูปการบริหารจัดการและการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงกลาโหม พ.ศ.๒๕๖๐–๒๕๖๙ ระบบงานการศึกษา เพื่อให้หลักสูตรการศึกษา (Education) การฝึกอบรม (Training) และการจัดการเรียนการสอนมุ่งไปสู่การพัฒนาทรัพยากรบุคคลของกระทรวงกลาโหม เพื่อเตรียมความพร้อมด้านกำลังพลในการป้องกันประเทศ การรักษาความมั่นคงภายใน การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ การพัฒนาประเทศ การปฏิบัติการทางทหารนอกเหนือจากสงคราม และการสนับสนุนงานความร่วมมือในกรอบประชาคมอาเซียนของกระทรวงกลาโหม ให้สามารถปฏิบัติงานตามภารกิจหน้าที่ที่รับผิดชอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
          ๗.๗ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกรุณาแต่งตั้ง ผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ/เลขาธิการสภาการศึกษาวิชาการทหาร เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินคุณภาพภายในสถาบันการศึกษาของกองทัพ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จัดการศึกษาเฉพาะทาง ผลิตบุคลากรเข้าปฏิบัติราชการในกองทัพ โดยมีการเทียบวุฒิการศึกษา ซึ่งต้องรับการประเมินคุณภาพภายนอกตามกฎหมาย (คำสั่ง กห. (เฉพาะ) ที่ ๔๔๕/๕๙ ลง ๒๑ พ.ย.๕๙) มีหน้าที่ในการ
              ๗.๗.๑ พิจารณากำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ แผนงาน และกำกับดูแลการตรวจสอบและประเมินคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาสังกัดกระทรวงกลาโหม
              ๗.๗.๒ ให้ข้อเสนอแนะการพิจารณาปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการศึกษาต่อสถานศึกษา
              ๗.๗.๓ รายงานผลการตรวจสอบและประเมินคุณภาพการศึกษาให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมทุกสิ้นปีงบประมาณ
              ๗.๗.๔ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ เพื่อให้การช่วยเหลือฯ
              ๗.๗.๕ ติดต่อประสานงานกับ หน่วยงาน / บุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้โดยตรง
              ๗.๗.๖ ให้ส่วนราชการในกระทรวงกลาโหมสนับสนุนการดำเนินการของคณะกรรมการฯ ตามที่ได้รับการร้องขอ
          ๗.๘ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ได้พัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพการศึกษาสถานศึกษาสังกัดกระทรวงกลาโหม หลักสูตรผลิตบุคลากร โดยเมื่อ ๑๒ เมษายน ๒๕๖๐ ผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศกรุณาอนุมัติโครงการพัฒนาระบบประกันคุณภาพการฝึกศึกษากองทัพไทย ดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๑ เพื่อพัฒนาระบบคุณภาพและมาตรฐานการฝึกศึกษาของสถานศึกษาสังกัดกระทรวงกลาโหม ให้เป็นไปตามความต้องการของกองทัพ โดยใช้กระบวนการประกันคุณภาพการศึกษาเป็นเครื่องมือ มุ่งเน้นความร่วมมือกันระหว่างเหล่าทัพ พร้อมทั้งเตรียมการรองรับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ (พ.ศ.๒๕๕๙-๒๕๖๓) จาก สมศ.
          ในการนี้ ผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ/เลขาธิการสภาการศึกษาวิชาการทหาร ในฐานะประธานกรรมการตรวจสอบและประเมินคุณภาพการศึกษาภายในสถาบันการศึกษาของกองทัพ ได้กรุณาแต่งตั้ง คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบคุณภาพและมาตรฐานการฝึกศึกษาสถานศึกษาสังกัดกระทรวงกลาโหม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๑ เพื่อช่วยในการพัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพการศึกษา เตรียมการรองรับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ (พ.ศ.๒๕๕๙-๒๕๖๓) จาก สมศ.
          คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบคุณภาพและมาตรฐานการฝึกศึกษาสถานศึกษาสังกัดกระทรวงกลาโหม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๑ ได้ดำเนินกิจกรรมการพัฒนาระบบฯ ตามแผนปฏิรูปเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการประกันคุณภาพการศึกษาภายในและการประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอก ที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศให้ความเห็นชอบ โดยสอดคล้องกับการปฏิรูประบบการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ (พ.ศ.๒๕๕๙-๒๕๖๓) และการพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ของ สมศ. กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.๒๕๖๑ ตลอดจนเป็นไปตาม กฎ ระเบียบ คำสั่ง นโยบาย ของกระทรวงกลาโหม ในการจัดการศึกษาหลักสูตรผลิตบุคลากร ให้สามารถผลิตกำลังพลเข้าปฏิบัติงานในกองทัพได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรงตามวัตถุประสงค์ของกองทัพ กิจกรรมการพัฒนาระบบฯ ประกอบด้วย
          ๗.๘ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ได้พัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพการศึกษาสถานศึกษาสังกัดกระทรวงกลาโหม หลักสูตรผลิตบุคลากร โดยเมื่อ ๑๒ เมษายน ๒๕๖๐ ผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศกรุณาอนุมัติโครงการพัฒนาระบบประกันคุณภาพการฝึกศึกษากองทัพไทย ดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๑ เพื่อพัฒนาระบบคุณภาพและมาตรฐานการฝึกศึกษาของสถานศึกษาสังกัดกระทรวงกลาโหม ให้เป็นไปตามความต้องการของกองทัพ โดยใช้กระบวนการประกันคุณภาพการศึกษาเป็นเครื่องมือ มุ่งเน้นความร่วมมือกันระหว่างเหล่าทัพ พร้อมทั้งเตรียมการรองรับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ (พ.ศ.๒๕๕๙-๒๕๖๓) จาก สมศ.
          ในการนี้ ผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ/เลขาธิการสภาการศึกษาวิชาการทหาร ในฐานะประธานกรรมการตรวจสอบและประเมินคุณภาพการศึกษาภายในสถาบันการศึกษาของกองทัพ ได้กรุณาแต่งตั้ง คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบคุณภาพและมาตรฐานการฝึกศึกษาสถานศึกษาสังกัดกระทรวงกลาโหม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๑ เพื่อช่วยในการพัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพการศึกษา เตรียมการรองรับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ (พ.ศ.๒๕๕๙-๒๕๖๓) จาก สมศ.
          คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบคุณภาพและมาตรฐานการฝึกศึกษาสถานศึกษาสังกัดกระทรวงกลาโหม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๑ ได้ดำเนินกิจกรรมการพัฒนาระบบฯ ตามแผนปฏิรูปเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการประกันคุณภาพการศึกษาภายในและการประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอก ที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศให้ความเห็นชอบ โดยสอดคล้องกับการปฏิรูประบบการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ (พ.ศ.๒๕๕๙-๒๕๖๓) และการพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ของ สมศ. กฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.๒๕๖๑ ตลอดจนเป็นไปตาม กฎ ระเบียบ คำสั่ง นโยบาย ของกระทรวงกลาโหม ในการจัดการศึกษาหลักสูตรผลิตบุคลากร ให้สามารถผลิตกำลังพลเข้าปฏิบัติงานในกองทัพได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรงตามวัตถุประสงค์ของกองทัพ กิจกรรมการพัฒนาระบบฯ ประกอบด้วย
              ๗.๘.๑ ชะลอการตรวจสอบและประเมินคุณภาพการศึกษาภายในสถาบันการศึกษาของกองทัพรอบสี่ (พ.ศ.๒๕๕๙-๒๕๖๓)
              ๗.๘.๒ ประชุมสัมมนาวิชาการ ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อรวบรวมแนวคิดการประกันคุณภาพการศึกษาสถานศึกษาสังกัดกระทรวงกลาโหม จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผลการประชุมสำคัญได้แก่
                    ๗.๘.๒.๑ กลไกการประกันคุณภาพการศึกษา ให้สถานศึกษาประเมินตนเอง จัดทำ SAR แล้วหน่วยงานที่กำกับดูแลสถานศึกษาระดับเหล่าทัพเข้าเยี่ยมและให้การช่วยเหลือสถานศึกษา โดยระดับปริญญาตรีพัฒนาตัวบ่งชี้เอง สำหรับระดับต่ำกว่าปริญญาตรี ให้หน่วยงานที่กำกับดูแลสถานศึกษาระดับเหล่าทัพร่วมกับสถานศึกษาพัฒนาตัวบ่งชี้ตามมาตรฐานกลาง สถาบันวิชาการป้องกันประเทศกำหนดมาตรฐาน/ตัวบ่งชี้กลางขั้นต่ำให้สถานศึกษา
                    ๗.๘.๒.๒ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ สนับสนุนงบประมาณในการจัดประชุมทางวิชาการเพื่อกระตุ้นและพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและการบริหารการศึกษา พิจารณาสนับสนุนงานวิจัย กำหนดมาตรฐานตัวบ่งชี้กลางที่มีจำนวนน้อยที่สุดแต่แสดงให้เห็นคุณภาพตามที่กองทัพต้องการ แจ้งเตือนสถานศึกษาเตรียมการรองรับการประเมินรอบสี่แนวใหม่
              ๗.๘.๓ ดำเนินการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ทดลองใช้ ทบทวน ปรับปรุงระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาสังกัดกระทรวงกลาโหมที่พัฒนาขึ้น ทบทวนเอกสารวิจัยและเอกสารทางวิชาการ ที่สำคัญได้แก่
                    ๗.๘.๓.๑ เอกสารวิจัยของ พ.อ.ดร. สุรัต แสงสว่างดำรง เรื่อง การพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสำหรับสถาบันอุดมศึกษาของกองทัพไทย ซึ่งได้รับการอนุมัติจาก กองทัพบกให้ดำเนินการวิจัยโดยรับทุนวิจัยจาก สมศ. จัดทำเอกสารวิจัยฉบับนี้ เมื่อปี ๒๕๕๐ สรุปว่า ๑) ระบบประกันคุณภาพภายในต้องทำหน้าที่ในการกำหนดมาตรฐาน ตัวบ่งชี้ และเกณฑ์ ที่จะตัดสินคุณภาพของผลผลิตของการจัดการศึกษา และการดำเนินงานบริหารจัดการศึกษา ๒) หลักเกณฑ์การประกันคุณภาพการศึกษาฯ ยังอิงมาตรฐานและตัวบ่งชี้ที่สอดคล้องกับ สมศ. เน้นรองรับการประกันคุณภาพการศึกษาภายนอกเป็นหลัก ไม่มีการพัฒนามาตรฐานในส่วนที่เป็นอัตลักษณ์ของตนเองและการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ที่แสดงถึงระบบการเรียนการสอนและผลที่ต้องการในด้านอัตลักษณ์ และความเป็นทหารอาชีพของบัณฑิต รวมทั้งยังขาดการนำสารสนเทศจากการประเมินภายในมาใช้เพื่อการปรับปรุงและพัฒนา (หมายถึงขาดขั้นตอนสำคัญที่สุดในระบบประกันคุณภาพคือ การพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในตามอัตลักษณ์สถาบัน ระบบประกันคุณภาพภายในสำหรับสถาบันอุดมศึกษาของกองทัพไทยที่พัฒนาขึ้น) ได้เสนอแนะให้มีการ กำหนดมาตรฐานด้านความมั่นคง ให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสำหรับสถาบันอุดมศึกษาของกองทัพไทย เป็นกลไกหลักในการประกันการผลิตบุคลากรด้านความมั่นคง จาก โรงเรียนนายร้อย โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ
                    ๗.๘.๓.๒ เอกสารวิจัยสภาพการจัดการศึกษาเฉพาะทางในประเทศไทย ปี ๒๕๕๖ : การผลิตบุคลากร. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ, ๒๕๕๘. ระบุว่าการจัดทำระบบการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนในกองทัพ ได้ดำเนินการภายในกองทัพ โดยนำตัวชี้วัดที่ผสมรวมกันระหว่างตัวชี้วัดของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และของกองทัพ อาจเป็นสาเหตุที่ส่งผลให้กระบวนการจัดทำประกันคุณภาพภายในด้อยลงไป ไม่ส่งเสริมกิจกรรมที่จะนำสู่ความสำเร็จของโรงเรียน ผู้บริหารและบุคลากรบางส่วนหรือเกือบครึ่งไม่เข้าใจกระบวนการจัดทำระบบประกันคุณภาพภายใน และบุคลากรผู้ทำหน้าที่รวบรวมและจัดทำเอกสารการประกันคุณภาพถูกโอน/ย้ายอัตรากำลังเป็นประจำทุกปี แนะนำให้วิเคราะห์และศึกษาตนเอง วิเคราะห์บทบาทหน้าที่ของหน่วยงานการศึกษาเฉพาะทางในแต่ละกลุ่มวิชาชีพของตน แล้วพัฒนาเครื่องมือวัดให้ตรงกับความต้องการและภารกิจหลัก
                    ๗.๘.๓.๓ เอกสารวิจัยของ พันเอกหญิง ผศ. ขัตติยาพร คำอาจ. เรื่องการพัฒนารูปแบบการประกันคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า. ๒๕๖๐. ซึ่งจัดทำเอกสารวิจัยรองรับกับแผนปฏิรูปเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการประกันคุณภาพการศึกษาภายในและการประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอกที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศให้ความเห็นชอบ ผลการวิจัยระบุว่ามาตรฐานตัวบ่งชี้เดิมไม่สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษาเฉพาะทาง กระบวนการเน้นประเมินเอกสารมากกว่าข้อเท็จจริง ข้อมูลไม่ผ่านการวิเคราะห์และสังเคราะห์ที่เหมาะสม ทั้งนี้แนวทางการประเมินรอบสี่แนวใหม่ของ สมศ. เน้นความง่าย ลดภาระเอกสาร ดำเนินการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งวัดตรงภารกิจของสถานศึกษา ได้ยกตัวอย่างระบบกลไกที่เหมาะสม โดยสรุปว่า เป้าหมายการจัดการศึกษาของโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เพื่อผลิตนายทหารสัญญาบัตรที่มีคุณลักษณะผู้นำ มีความรู้วิชาทหาร และมีความรู้ทางวิชาการตามระดับ/ประเภทการศึกษา
              ๗.๘.๔. จัดทำคู่มือการประกันคุณภาพการศึกษาสถานศึกษาสังกัดกระทรวงกลาโหม พ.ศ.๒๕๖๑ เป็นแนวทางในการกำกับ ส่งเสริม พัฒนาการจัดการศึกษาและระบบประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา เป็นกรอบสำคัญใช้พัฒนาผู้ประเมินแบบ Expert Judgment ในฐานะหน่วยงานต้นสังกัดของสถานศึกษาสังกัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งจัดการศึกษาเฉพาะทาง สรุปดังนี้
                    ๗.๘.๔.๑ สถานศึกษาสังกัดกระทรวงกลาโหม ๒๔ แห่ง แบ่งเป็นระดับปริญญาโทขึ้นไป ระดับปริญญาตรี ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และด้านการอาชีวศึกษา
                    ๗.๘.๔.๒ เป้าหมายการจัดการศึกษาของสถานศึกษา กห. ดังนี้ ๑) ระดับปริญญาตรี ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และด้านการอาชีวศึกษา มีเป้าหมายการจัดการศึกษาเพื่อผลิตนายทหารชั้นสัญญาบัตรหรือนายทหารชั้นประทวนที่มีคุณลักษณะพึงประสงค์ตามที่กระทรวงกลาโหมต้องการ (คุณลักษณะผู้นำ ความรู้วิชาทหาร และความรู้ทางวิชาการตามระดับชั้น/ประเภท) เข้าปฏิบัติงานในกระทรวงกลาโหม และ ๒) ระดับปริญญาโทขึ้นไป มีเป้าหมายการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาองค์ความรู้วิชาการ ค้นคว้าวิจัยด้านการทหารและความมั่นคง
                    ๗.๘.๔.๓ เครื่องมือประเมินคุณภาพการศึกษา กำหนดตามเป้าหมายการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ได้แก่
                          - ระดับปริญญาตรี ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และด้านการอาชีวศึกษา กำหนดกรอบแนวทางการประเมิน ๔ ด้าน คือ ๑) คุณภาพผู้เรียน ๒) การบริหารจัดการศึกษา ๓) การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และ ๔) การประกันคุณภาพภายในที่มีประสิทธิภาพ
                          - ระดับปริญญาโทขึ้นไป กำหนดกรอบแนวทางการประเมิน ๔ ด้าน คือ ๑) คุณภาพบัณฑิต ๒) การบริหารจัดการศึกษา ๓) คุณภาพงานวิจัย และ ๔) ระบบการประกันคุณภาพภายในที่มีประสิทธิภาพ
              ๗.๘.๕ เดินทางเยี่ยมคุณภาพและสำรวจข้อมูลสำคัญจำเป็นของสถานศึกษาสังกัดกระทรวงกลาโหม ทั้ง ๒๔ แห่ง เพื่อชี้แจงให้ข้อแนะนำเตรียมการสถานศึกษารองรับการประเมินภายนอกรอบสี่จาก สมศ. และสำรวจข้อมูลสถานศึกษา เตรียมการจัดทำระบบสารสนเทศสถานศึกษาสังกัดกระทรวงกลาโหม
              ๗.๘.๖ ประชุมหารือกับ สมศ. พิจารณาแนวทางประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่สถานศึกษาสังกัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะหน่วยงานที่จัดการศึกษาเฉพาะทาง โดยเมื่อ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๑ ได้ร่วมประชุมพัฒนากรอบแนวทางการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ สถานศึกษาสังกัดกระทรวงกลาโหม (เทียบกรอบแนวทางฯ สมศ. กับ คู่มือการประกันคุณภาพการศึกษาสถานศึกษาสังกัดกระทรวงกลาโหม พ.ศ.๒๕๖๑) สมศ. แจ้งผลการพิจารณา กรอบแนวทางทางการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ สถานศึกษาสังกัดกระทรวงกลาโหม เมื่อ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๑

๘. สรุป

          การดำเนินการของสถาบันวิชาการป้องกันประเทศโดยสรุป
          ๘.๑ ปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๑ (โครงการพัฒนาระบบประกันคุณภาพการฝึกศึกษากองทัพไทย) สถาบันวิชาการป้องกันประเทศชลอการประเมินคุณภาพภายในสถาบันการศึกษาของกระทรวงกลาโหม ประชุมสัมมนาวิชาการรวบรวมแนวคิดจากผู้เกี่ยวข้อง ทบทวนเอกสารวิจัยและเอกสารทางวิชาการ จัดทำคู่มือการประกันคุณภาพการศึกษาสถานศึกษาสังกัดกระทรวงกลาโหม พ.ศ.๒๕๖๑ ให้ใช้เป็นแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษา เดินทางเยี่ยมคุณภาพและสำรวจข้อมูลสำคัญจำเป็นของสถาบันการศึกษาของกระทรวงกลาโหม ประชุมหารือร่วมกับ สมศ.
          ๘.๒ ปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๒ ได้เตรียมการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ สถาบันการศึกษาของกระทรวงกลาโหม (ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่) แนวทางการเขียนรายงานผลการประเมินตนเอง (Self-Assessment Report) เตรียมผู้ประเมินภายนอกด้านการอาชีวศึกษา และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดส่ง รายงานผลการประเมินตนเอง พร้อมประเด็นที่สนใจติดตามตรวจสอบให้กับ สมศ. เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานสำคัญในการประเมินคุณภาพภายนอก
          ๘.๓ สถาบันการศึกษาของกระทรวงกลาโหม เป็นหน่วยงานที่จัดการศึกษาเฉพาะทาง
              ๘.๓.๑ เป้าหมายการจัดการศึกษาของสถาบันการศึกษาของกระทรวงกลาโหม
                    ๘.๓.๑.๑ ระดับปริญญาโทขึ้นไป : เพื่อพัฒนาองค์ความรู้วิชาการ ค้นคว้าวิจัยด้านการทหารและความมั่นคง
                    ๘.๓.๑.๒ ระดับปริญญาตรี ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และด้านการอาชีวศึกษา : เพื่อผลิตนายทหารสัญญาบัตรหรือนายทหารประทวนที่มีคุณลักษณะพึงประสงค์ตามที่กระทรวงกลาโหมต้องการ (มีคุณลักษณะผู้นำ มีความรู้ทางวิชาทหาร มีความรู้ทางวิชาการตามระดับ/ประเภท) เข้าปฏิบัติงานในกระทรวงกลาโหม
              ๘.๓.๒ สถาบันการศึกษาของกระทรวงกลาโหมแบ่งเป็น ๓ ระดับคือ (๒๕๖๒)
                    ๘.๓.๒.๑ ระดับอุดมศึกษา ๘ แห่ง
                    ๘.๓.๒.๒ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๑ แห่ง
                    ๘.๓.๒.๓ ด้านการอาชีวศึกษา ๑๕ แห่ง